Willy’s Wonderland เมื่อนิโคลัส เคจลุกขึ้นมาฟาดกับหุ่นผีบ้า!

ถ้าคุณกำลังมองหาหนังบ้าระห่ำ สาระไม่เน้น เน้นเอาความสะใจและโหดเลือดสาดแบบไม่แคร์สิ่งใดในโลก พล็อตคือสวนสนุกร้างวิลลี่ วันเดอร์แลนด์กำลังมองหาบุคคลใจกล้าเข้ามาทำความสะอาดสวนสนุกเป็นเวลาหนึ่งคืนเพื่อแลกกับค่าจ้างเพื่อเอาเงินไปซ่อมรถยนต์ ปัญหาอยู่ที่ว่าเดิมพันครั้งนี้เค้าจะต้องแลกมันด้วยชีวิต เพราะในสวนสนุกร้างแห่งนี้มีหุ่นนรกผีสิง (หรือไม่มีผีนะ) อย่างอย่าง วิลลี่ หุ่นพังพอนปีศาจ, อาร์ตี้ หุ่นจระเข้สุดสยอง, กัส หุ่นกอริลล่าโคตรคลั่ง และ ออสซี่ หุ่นนกกระจอกเทศนักฆ่า ที่เขาต้องปะ ฉะ ดะ ด้วย!

Willy’s Wonderland ได้ไอเดียในการสร้างแบบเดียวกับหนังพล็อตบ้าๆอย่างเช่น ฉลามขาวยักษ์ไล่กินคนแถวเมืองชานฝั่ง, ฆาตกรโรคจิตตามล่าพี่เลี้ยงย่านชานเมือง, กลุ่มวัยรุ่นไปลองของที่บ้านร้างจนพบกับครอบครัวที่กินเนื้อมนุษย์ เอามายำรวมกัน ซึ่งจีโอ พาร์สัน ผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้และยังเป็นงานเขียนบทเรื่องแรกอีกต่างหาก ด้วยความที่เป็นหนังงบน้อยไอเดียการเขียนบทจึงสำคัญ จีโอจึงยึดหลักน้อยแต่มากในการเขียน กำหนดให้เรื่องเกิดในสถานที่เดียว ตอนแรกเขาคิดว่าจะนำแสดงเอง แล้วถ่ายทำในโรงรถของเพื่อนด้วยซ้ำ

เพื่อรสชาติที่แปลกใหม่ จีโออยากจะให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆ ที่ตัวร้ายมักจะจ้องเล่นงานคนที่อ่อนแอ หรือไม่ก็เอาแต่วิ่งหนีและเที่ยวหลบซ่อนเอาอย่างเดียว แต่คงเป็นเรื่องที่ตลกไม่น้อยถ้าหากพวกมันดันเลือกเหยื่อผิดคน!

ตัวละครหลักของเรื่อง “ภารโรงปริศนา” จึงถือกำเนิดขึ้น ภารโรงไม่มีบทพูด ที่เขาต้องทำในเรื่องก็แค่ทำความสะอาดและห้ำหั่นกับหุ่นในสวนสนุกแห่งนี้ซึ่งประเด็นแบบนี้ยังไม่ค่อยได้เห็นทำเป็นหนัง ไม่เหมือนซอมบี้, บ้านผีสิง, หรือแวมไพร์ที่เราเห็นจนชินตา

เจเรมี่ แดเนียล เดวิส โปรดิวเซอร์ของหนังกำลังมองหาหนังที่จะแจ้งเกิดให้ตัวเอง แต่ด้วยความที่เขาไม่เคยโปรดิวซ์หนังฮอลลีวูดมาก่อน แต่ก็พอมีประสบการณ์การทำงานในวงการบันเทิงในฐานะนักแสดงและผู้ช่วยผู้กำกับ จนกระทั่งเมื่อภรรยาของเขาได้นำบทคัดย่อของพาร์สันมาให้ลองอ่าน เขาก็รู้เลยว่านี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดี เขาเลยให้ภรรยาติดต่อถามพาร์สันว่าตอนนี้มีบทภาพยนตร์ที่เสร็จสมบูรณ์แบบพร้อมเปิดกล้องถ่ายทำได้หรือยัง หลังจากที่ติดต่อไปเขาก็ส่งบทมาให้อ่านทันทีและพบว่า Willy’s Wonderland เป็นหนังที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สำหรับหน้าที่ในการกำกับได้เควิน ลูอิสมารับหน้าที่ในการเล่าเรื่อง เขาตื่นเต้นมากที่จะได้มากำกับหนังที่หุ่นสัตว์น่ารักกลับมีชีวิตขึ้นมา แถมบ้าเลือดไล่ฆ่าคน แถมการที่ตัวเอกของเรื่องเป็นภารโรงที่ไม่มีบทพูดเลยสักประโยคเดียวยิ่งเปิดช่องให้หนังสามารถเล่นสนุกกับงานภาพได้มากขึ้นอีก ประกอบกับการที่ตัวของลูอิสเองได้เติบโตมาพร้อมกับหนังยอดฮิตในช่วงปี 80 ทำให้เขาเติบโตมาพร้อมกับหนังอย่าง Star Wars หนังสือการ์ตูน การไปเดินในงานคอมมิคคอน หนังสยองขวัญอย่าง Evil Dead ทำให้เขาเป็นแฟนหนังคัลต์

นี่คือหนังเพี้ยนๆ และการได้นิโคลัส เคจมารับบทเป็นภารโรงที่ไม่มีบทพูดอะไรเลยก็ฟังดูเพี้ยนมากกว่าเดิม หนังเรื่องนี้มีความตลกและน่ากลัวในตัว “ผมไม่เคยได้เข้าฉากกับหุ่นนกกระจอกเทศ จระเข้ เต่า หรือวีเซิลมาก่อน ผมคิดว่าผมจะสนุกตอนทำงานในหนังเรื่องนี้แน่ๆ” คือคำกล่าวของนิโคลัส เคจ

เพราะตัวผู้กำกับเชื่อว่าเคจ น่าจะพร้อมเล่นอะไรใหม่ๆ เพราะเขาเป็นศิลปินและพร้อมที่จะเสี่ยง และดาราหลายๆคนบอกปฏิเสธหนังเรื่องนี้เนื่องจากมันไม่มีบทพูด แต่การที่เล่นหนังแบบไม่มีบทพูดนี่แหละเป็นอะไรที่ยากที่สุด เพราะต้องอาศัยการแสดงผ่านสีหน้าและดวงตา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่นิค ก็ตอบตกลงมาแสดง

อย่างไรก็ตามท่ามกลางความเพี้ยนเหล่านี้ก็ยังนำมาซึ่งคำถามว่า “ตกลงภารโรงคนนี้เป็นใครกันแน่” รูปร่างลักษณะเคราเฟิ้ม เงียบขรึม แต่ขับรถสปอร์ตคู่ใจ ความลับสุดปริศนานี่เองที่อาจจะทำให้คนดูคาดคะเนไปต่างนานา เขาอาจเป็นพวกโรคจิตหรือมีความหลังอันโหดร้ายก็เป็นได้

การสร้างหุ่นในหนังเรื่องนี้ ทีมงานเลือกใช้นักแสดงจริงมาสวมชุดสูททั้งหมด หมด ยกเว้น นกกระจอกเทศออซซี่ ที่สูงมากกว่าหกฟุตเป็นเหตุให้ต้องใช้เทคนิคการเชิดมาช่วย ชุดหุ่นยนต์ออกแบบโดย เคน ฮอลล์ โดยทั้งแปดตัวถูกออกแบบให้สามารถเปลี่ยนสีหน้าและแววตา เพื่อสื่ออารมณ์ต่างๆ ออกมาได้แต่แน่นอนว่าภารโรงตัวเอกของเรื่องต้องจัดการกับหุ่นพวกนี้จนเละไม่มีชิ้นดี ทำให้การถ่ายทำต้องเรียงตามลำดับเรื่องราว แถมทั้งแปดตัวก็ไม่มีสำรองด้วย ถ้าพังแล้วคือพังไปเลย ซึ่งแน่นอนว่านักแสดงที่มาสวมชุดเหล่านี้ก็แสดงได้บ้าคลั่งไม่แพ้กับภารโรงของเรื่องเช่นกัน